วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกการเรียนครั้งที่ 14

บันทึกการเรียนครั้งที่ 14


วันพฤหัสที่ 20 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2557


 เนื้อหา และกิจกรรมที่ได้เรียนวันนี้   


วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษานำสื่อของเล่นวิทยาศาสตร์ มาส่งอาจารย์ 

โดยมีการจัดวางสื่อให้เป็นหมวดหมู่^^


เกิดจากจุดศูนย์ถ่วง



เกิดจากแรงดันลม หรืออากาศ ที่กระทบกับวัตถุ ทำให้วัตถุเคลื่อนที่



สื่อที่ทำให้เกิดเสียงต่างๆ



เกิดจากพลังงาน หรือแรง 



สื่อที่สำหรับจัดให้เด็กได้เข้าไปเล่นตามมุม 



สปริงเกอร์ เกิดจากแรงดันของน้ำ ทำให้น้ำพุ่งขึ้น 


การนำเสนอวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย



ทักษะทางวิทยาศาสตร์ แบ่งออกเป็น 6 ด้าน ดังนี้


                                    1. การสังเกต                                         4. การหามิติสัมพันธ์
                                    2. การจำแนก                                        5.การสื่อสาร 
                                    3. การวัด                                               6. การลงความเห็น


รูปแบบศิลปสร้างสรรค์แบ่งออกเป็น 6 รูปแบบ ดังนี้


                                   1. ศิลปะย้ำ                                             4. ศิลปะถ่ายโยง
                                   2. ศิลปะปรับภาพ                                   5. ศิลปะบูรณาการ
                                   3. ศิลปะเลียนแบบ                                 6. ศิลปะค้นหา


สรุปผลการวิจัย

                       เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์ประกอบการบันทึก 
มีความสามารถด้านมิติสัมพันธ์สูงกว่าก่อนการทดลอง
                       ความสามารถในการบันทึก เมื่อเด็กได้รับการฝึกทุกครั้งหลังจากการทำกิจกรรม 
เด็กบางคนสามารถจดรายละเอียดของกิจกรรมได้ทั้งหมด และสามารถเล่าจากผลงานได้
อย่างสอดคล้องกับภาพที่วาด


วัตถุประสงค์ 

                          เพื่อศึกษาการจำแนกของเด็กปฐมวัย หลังได้รับการจัดประสบการณ์
             โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้

สรุปผลการจัดกิจกรรม

                    เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้
มีคะแนนทักษะการจำแนกหลังได้รับการจัดประสบการณ์ โดยการใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้
สูงกว่าก่อนได้รับการจัดประสบการณ์โดยการใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้

4. วิจัยเรื่อง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับประสบการณ์จากการใช้-
                   กิจกรรมมุ่งเน้นทัักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการเล่นตามมุมวิทยาศาสตร์
                   อย่างมีแบบแผน

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ แบ่งออกเป็น 6 ด้าน ดังนี้ 

                                 1. การสังเกกต                                   4. การหามิติสัมพันธ์
                                 2. การจะแนก                                     5. การสื่อความหมาย
                                 3. การแสดงปริมาณ                          6. การลงความเห็น

สรุปผลการวิจัย 

                    จากการศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับประสบการณ์
จากการใช้กิจกรรมมุ่งเน้นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการเล่นตามมุมวิทยาศาสตร์อย่าง
มีแบบแผน และเด็กปฐมวัยที่ได้รับประสบการณ์จากการใช้กิจกรรมตามแผนการจัดประสบการณ์ หลังการทดลองที่สูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง

^^ มาทำวาฟเฟิลกันเถอะ ^^

อุปกรณ์ และส่วนผสมมีดังนี้

                                 1. ที่ตีไข่ (Whisk)
                                 2. ชาม    (Dish)
                                 3. ถ้วย    (Cup)
                                 4. จาน    (Plate)
                                 5. ช้อน   (Spoon)
                                 6. แป้งวาฟเฟิล  (Waffles flour)
                                 7. ไข่ไก่  (Egg)
                                 8. น้ำ       (Water)
                                 9. เนย     (Butter)
                                10. เตาอบวาฟเฟิล  (Waffles oven)

ขั้นตอนการสอนทำวาฟเฟิล 


1. ครูนำอุปกรณ์ที่เตรียมมา (อาจให้เด็กนำมาจากบ้าน) ให้เด็กๆสังเกต โดยครูบอกว่ามีอุปกรณ์ 
    และส่วนผสมอะไรบ้าง 
2.ครูสาธิตให้เด็กๆดู การทำวาฟเฟิล ทีละขั้นตอน
3. ให้ตัวแทนกลุ่มละ 1 คน มาช่วยครูจัดอุปกรณ์ ให้ครบทุกกลุ่ม แล้วรับอุปกรณ์ไปทำวาฟเฟิล
4. เด็กๆทำวาฟเฟิลทีละขั้นตอน โดยเริ่มจาก
    - ตอกไข่ลงในชาม จากนั้นตีไข่
    - ใส่เนยลงไป จากนั้นตีทั้งไข่ และเนยให้เข้ากัน
    - ค่อยๆเทแป้งลงไป พร้อมกับใส่น้ำทีละนิด จากนั้นตีให้เป็นเนื้อเดียวกัน
    - ตักใส่ถ้วยเล็กๆ
    - เทลงเตาอบวาฟเฟล ปิดฝาเตาให้เรียบร้อย จากนั้นรอจนสุก
    - เมื่อสุกแล้ว ตักออกมาใส่จานพร้อมรับประทานแล้วค้ะ ^^

                                                    


                                                


เทคนิกการสอน


1. การให้นักศึกษาได้สืบค้น และสรุปวิจัยด้วยตนเอง พร้อมถ่ายทอดให้เพื่อน และอาจารย์เข้าใจได้
2. อาจารย์ให้คำแนะนำ หลังจากการนำเสนอวิจัย เพื่อให้นักศึกษาเกิดความเข้าใจวิจัยที่ได้สืบค้นมา
3. ทักษะการสรุปวิจัย
4. ทักษะการนำเสนอหน้าชั้นเรียน ทั้งการพูด และบุคคลิกภาพที่เหมาะสม
5. การใช้คำถามปลายเปิด เพื่อให้นักศึกษาได้คิด และกล้าแสดงความคิดเห็นของตนเอง
6. ทักษะการสาธิตขั้นตอนการทำวาฟเฟิล
7. เทคนิกในการสอนทำวาฟเฟลให้กับเด็กปฐมวัย ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เช่น
    ครูอธิบายอุปกรณ์ และสาธิตขั้นตอนการทำวาฟเฟิลให้เด็กๆได้สังเกตก่อนการปฏิบัติจริง,
    มีการให้เด็กๆแบ่งกลุ่ม เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในการสอน  เป็นต้น
8. ให้นักศึกษาได้ลงมือ และปฏิบัติจริง เพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการทำได้มากขึ้น

การนำไปประยุกต์ใช้


1. สามารถจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัยได้มากขึ้น เช่น
    การจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ สามารถจัดได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น ได้แก่  ศิลปะย้ำ,
    ศิลปะปรับภาพ, ศิลปะเลียนแบบ, ศิลปะถ่ายโยง, ศิลปะบูรณาการ และ ศิลปะค้นหา 
2. สามารถนำวัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย จากท้องถิ่นมาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้แก่
    เด็กปฐมวัยได้ เช่น การพิมภาพด้วยใบไม้ หรือนำกิ่งไม้มาประดิษฐ์ได้ 
3. สามารถนำกิจกรรมจากที่เพื่อนมานำเสนอวิจัย มาจัดทำแผนการสอนได้อย่างเหมาะสม
4. สามารถสอนเด็กๆ ทำวาฟเฟิลได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน ครูจะต้องสาธิตให้เด็กๆได้เข้าใจ
    การทำก่อน และมีการให้เด็กๆจับกลุ่มช่วยกันทำ จะทำให้การเรียนการสอนไม่เกิดความวุ่นวาย 
5. ในการทำวาฟเฟิล สามารถเพิ่มส่วนผสมที่ตนเองชอบ ลงไปด้วยได้ เช่น ข้าวโพด, ลูกเกด, 
    ผงโอวัลติน หรืออาจโรยหน้าด้วยช็อกโกแลต ได้ตามต้องการ ^^ 
6. สามารถนำการสอนทำวาฟเฟิล ไปต่อยอดในการสอนเด็กๆทำอาหารอื่นๆได้มากขึ้น

การประเมินการเรียนการสอน   

 

>> ประเมินตนเอง    :   เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ
                                    นำสื่อสิ่งประดิษฐ์ร่มชูชีพ มาส่งอาจารย์
                                    ตั้งใจฟัง และจดบันทึกขณะที่เพื่อนนำเสนอวิจัย
                                    ตั้งใจดูอาจารย์สาธิตการทำวาฟเฟิล ได้มีส่วนร่วมในการช่วยอาจารย์
                                    เตรียมอุกรณ์ และส่วนผสมต่างๆ ให้ความร่วมมือในการทำวาฟเฟิล
                                    กับเพื่อนในกลุ่ม รู้สึกสนุกมากเพราะได้ร่วมทำกับเพื่อนๆ
                                    เมื่อผสมส่วนประกอบแล้ว  เนื้อขนมสวยงาม และมีกลิ่นหอมมาก
                                    รู้สึกประทับใจมาก เพราะยังไม่เคยทำวาฟเฟิลกินเอง
                                    และได้รู้ว่าไม่ได้ทำยากอย่างที่คิด ^^
>> ประเมินเพื่อน      :  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ
                                    เพื่อนๆ นำสื่อสิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์มาส่งกันครบทุกคน
                                    ตั้งใจฟังเพื่อนที่ออกมานำเสนอวิจัย และจดบันทึก
                                    เพื่อนๆให้ความร่วมมือ ในการทำวาฟเฟิลเป็นอย่างดี
                                   จึงทำให้ทุกๆคนสนุกสนาน ทำด้วยกัน และทานด้วยกัน
                                   อิ่มอร่อยอยู่แล้วฝีมือพวกเรา^^
>> ประเมินอาจารย์ :  เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพเรียบร้อย
                                   มีเทคนิกการสอนที่เป็นระบบ เมื่อนักศึกษานำสื่อมาส่ง อาจารย์ได้-
                                  ให้นักศึกษาแบ่งประเภทของสื่อ เพื่อให้เข้าใจในหลักการทาง-
                                  วิทยาศาสตร์มากขึ้น อาจารย์ให้คำแนะนำในการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์
                                  ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
                                  อาจารย์มีอุปกรณ์ทำวาฟฟเฟิล มาให้นักศึกษา และสาธิตการทำวาฟเฟิล
                                  ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง นับว่าเป็นการเรียนรู้ที่ดีมากค่ะ ^^
                                



วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกการเรียนครั้งที่ 13

บันทึกการเรียนครั้งที่ 13

วันพฤหัสบดีที่ 13 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2557


   เนื้อหาที่ได้เรียนวันนี้    

ให้นักศึกษานำเสนอ การสรุปวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้กับเด็กปฐมวัย


1. วิจัยเรื่อง การส่งเสริมทักษะการสังเกต โดยใช้การจัดกิจกรรมเกมการศึกษา  

วัตถุประสงค์
- เพื่อให้นักเรียนมีทักษะการสังเกตที่ดีขึ้น
- เพื่อให้นักเรียนนำทักษะที่ได้รับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 
- เกมจับคู่ภาพเหมือน
- เกมจับคู่ภาพกับเงา
- เกมภาพตัดต่อ
- เกมสังเกต 

สรุป
- หลังการจัดกิจกรรมเกมการศึกษา มีทักษะการสังเกตสูงขึ้น 

                   การทดลองหลังการฟังนิทาน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
- แผนการจัดกิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทาน 
- แบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

             กิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทาน  เป็นกิจกรรมที่ต่อเนื่องจาก
การเล่านิทาน ซึ่งนิทานเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เมื่อฟังนิทานจบ 
เด็กได้ประดิษฐ์ ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ด้วยตนเอง 

ทักษะที่เด็กได้รับ
- การสังเกต  หมายถึง ความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 
- การจำแนก หมายถึง ความสามารถในการเปรียบเทียบ และบอกข้อแตกต่าง
                                    ของคุณสมบัติ มีเกณฑ์การแบ่งเป็น 3 ประการ คือ 
                                    ตวามเหมือน, ความแตกต่าง และความสัมพันธ์ 
- การสื่อสาร หมายถึง  ความสามารถในการนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต การทดลอง 
                                     มุ่งโดยมุ่งสื่อข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายได้ดีขึ้น 

3. วิจัยเรื่อง การศึกษาผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยที่มีทักษะ
                  ต่อกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย

ความมุ่งหมายของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาทักษะของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับ
    การเรียนรู้แบบนักวิจัย 
2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับ
    การเรียนรู้แบบนักวิจัยก่อนทดลอง และหลังการทดลอง 

สรุป
- ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนระดับชั้นปฐมวัย 
   ทำการทดสอบด้วยแบบทดสอบ 8 สัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดการทดลอง นำแบบทดสอบ
   กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ทดสอบอีกครั้งแล้วนำข้อมูลที่ได้- 
   จากการทดสอบมาวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติ 

- ทักษะการสังเกต 
- ทักษะการจำแนก
- ทักษะมิติสัมพันธ์
- ทักษะการลงความเห็น

คำสำคัญ >> เด็กปฐมวัย
                 >> ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ 
                 >> กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องสีจากธรรมชาติ

สรุป :  ก่อนการจัดกิจกรรมเด็กมีความรู้ในระดับปานกลาง
           หลังการจัดกิจกรรมเด็กได้รับความรู้มากขึ้น 

เครื่องมือที่ใช้ 
1. แผนการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ 40 แผน 
2. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 
- ทดสอบวัดการสังเกต
- การจำแนก
- การวัดปริมาณ 
- การหามิติสัมพันธ์
- การลงความเห็น 

สรุป :  เน้นกระบวนการเปิดโอกาสให้เด็กได้ปฏิบัติทุกขั้นตอน  
           โดยให้เด็กทำแป้งโดเอง แล้วนำแป้งโด มาเล่น ซึ่งสอดคล้องกับ
           การจัดการเรียนการสอนของ จอห์น ดิวอี้ >> Learning by doing

ทักษะที่ได้รับ 
- ทักษะการฟัง 
- ทักษะการสังเกต
- ทักษะการคิดแก้ปัญหา
- ทักษะการใช้เหตุผล

สรุป
- จากการทดลองพบว่า เด็กปฐมวัยมีการคิดวิจารณญาณทั้งในภาพรวม
  และรายด้าน สูงขึ้นกว่าก่อนการจัดกิจกรรม 

    โดยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  

จุดมุ่งหมาย 
เพื่อเปรียบเทียบความสามารถการคิดอย่างมีเหตุผล ของเด็กปฐมวัย ที่ได้รับ
การจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กับการจัด
กิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ แบบปกติ

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 
1. แผนการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์
2. แบบทดสอบวัดความสามารถการคิิดอย่างมีเหตุผล 5 ชุด 

สรุป 
- เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปสร้างสรรค์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
   แบบปกติ และหลังการทดลอง มีความสามารถด้านการคิดอย่างมีเหตุผลแตกต่างกัน
   อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5

เทคนิกการสอน

1. ให้นักศึกษาได้สืบค้นหาวิจัยที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยเอง 
2. ให้นักศึกษาได้สรุปวิจัย และยกตัวอย่างกิจกรรมที่จัดขึ้น
3. ให้นักศึกษาถ่ายทอดข้อมูลที่ตนเองสรุปจากวิจัย ด้วยการนำเสนอหน้าชั้นเรียน
4. อาจารย์เปิดโอกาสให้นักศึกษานำเสนอการสรุปวิจัยด้วยตนเองก่อน 
   เมื่อนำเสนอเสร็จ อาจารย์จึงให้คำแนะนำต่างๆ ในเนื้อหาข้อมูล กิจกรรมต่างๆ 
   รวมถึงวิธีการนำเสนออย่างเหมาะสม เพื่อให้นักศึกษานำไปปรับใช้ได้อย่างถูกต้อง
5. การใช้คำถามปลายเปิด เพื่อกระตุ้นความคิดวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์ 
    รวมถึงความกล้าแสดงออก และความมั่นใจในการตอคำถาม

การนำไปประยุกต์ใช้

1. สามารถต่อยอดการจัดกิจกรรมต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์ ให้แก่เด็กปฐมวัยได้
   เช่น ให้เด็กๆ พับกระดาษเป็นรูปเรือ ทดสอบว่าเรือลอย หรือจม 
           จากนั้นใส่ลูกแก้วไปทีละลูก เมื่อใส่เพิ่มมากขึ้นจนเรือหนัก ทำให้เรือจมน้ำ 
    ครูต้องให้เด็กได้ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ให้เด็กได้สังเกต, 
    จำแนกความหนักเบาของเรือ, ตั้งสมมติฐาน, ทดลองด้วยตนเอง และ
    การถ่ายทอดความคิดเห็น 
2. สามารถนำเรื่องใกล้ตัว และสื่อที่หาได้จากท้องถิ่น มาจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ 
   ให้กับเด็กปฐมวัยได้  
3. สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทางวิทยาศาสตร์ให้แก่เด็กปฐมวัยได้
    อย่างหลากหลาย และบูรณาการในเรื่องราวต่างๆได้ เช่น ทำสีจากดอกไม้
    ให้เด็กได้เก็บดอกไม้ มาตำ ใส่น้ำ แล้วทำเป็นสี เด็กสามารถเรียนรู้เรื่องสี
    จากดอกไม้หลากหลายชนิด ได้ปฏิบัติการทดลองด้วยนเอง 
    สามารถบูรณาการศิลปะได้โดยให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องสี และการผสมสี 
    บูรณาการคณิตศาสตร์โดยให้เด็กได้นับจำนวนดอกไม้ที่นำมาใช้ 
    และปริมาณการเติมน้ำ เพื่อให้เกิดเป็นสีสวยๆ ตามที่ต้องการ 

การประเมินการเรียนการสอน

>> ประเมินตนเอง   : เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายถูกระเบียบ
                                  เตรียมความพร้อมในการนำเสนอ สรุปข้อมูลของวิจัย 
                                  และยกตัวอย่างกิจกรรม มานำเสนออย่างครบถ้วน 
                                  แต่ต้องปรับปรุงในเรื่องการใช้น้ำเสียงในการนำเสนอให้น่าสนใจ 
                                 จดบันทึกวิจัยที่เพื่อนนำเสนอ, ความรู้, คำแนะนำที่ได้รับจาก
                                 อาจารย์ และจะนำไปปรับปรุง แล้วนำไปใช้ให้ถูกต้องเหมาาะสม
>> ประเมินเพื่อน   : เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งกายถูกรเบียบ
                                เพื่อนที่นำเสนอการสรุปวิจัย บางคนสรุปเนื้อหาได้อย่างครบถ้วน
                                มีการยกตัวอย่างกิจกรรม แต่บางคนก็ยังสรุปไม่ครบทุกขั้นตอน 
                                ยังขาดการยกตัวอย่างกิจกรรมบ้าง และอาจารย์ได้ให้ไปศึกษา
                                หาข้อมูลมาเพิ่ม สำหรับคนที่หาข้อมูลมาไม่ครบ
                                เพื่อนหลายๆคน ตั้งใจฟังการนำเสนอ ฟังคำแนะนำจากอาจารย์ 
                                และมีการจดบันทึกความรู้ที่ได้รับในการเรียน    
>> ประเมินอาจารย์: เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพเหมาะสม 
                                 อาจารย์ให้คำแนะนำ ในการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ให้แก่
                                 เด็กปฐมวัย อย่างหลากหลาย เพื่อให้นักศึกษาได้คิด 
                                 ได้ประยุกต์การจัดกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม 
                                 ให้เด็กได้เกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้อย่างมี
                                 ประสิทธิภาพในการจัดกิจกรรม
                                 อาจารย์ใช้คำถามปลายเปิด เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้คิด ได้ตอบ
                                 ในความคิดของตนเอง สอนสนุกสนาน 
                                 ทำให้บรรยากาศในการเรียนไม่เครียด ได้เรียนอย่างมีความสุข ^^

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วิจัย วิทยาศาสตร์

วิจัย วิทยาศาสตร์ 


เรื่อง ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย 

         ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทาน


ชื่อผู้วิจัย : ศศิพรรณ สำแดงเดช

มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ


 ความสำคัญของการวิจัย
         ผลของการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ จะเป็นแนวทางให้กับครู และผู้ที่เกี่ยวข้อง
กับการศึกษาปฐมวัย ได้ตระหนัก และเข้าใจถึงความสำคัญในการส่งเสริมทักษะพื้นฐาน
ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัย ด้วยการทำกิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทาน 
รวมทั้งเป็นแนวทางในการทำกิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทานให้มีความหมาย 
และเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย


                                      ความมุ่งหมายของการวิจัย

       1. เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด
          กิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทาน ก่อน และหลังการทดลอง
      2. เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ของเด็กปฐมวัย          
          ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทานก่อน และหลังการทดลอง


ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
                   กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นเด็กชาย-หญิง 
อายุระหว่าง 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552 ของโรงเรียนวัดไทร สำนักงานเขตจอมทอง 
สังกัดกรุงเทพมหานครจำนวน 5 ห้องเรียน จำนวน 175 คน

ตัวแปรที่ศึกษา
1. ตัวแปรต้น ได้แก่ การได้รับการจัดกิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทาน
2. ตัวแปรตาม ได้แก่ ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

นิยามศัพท์เฉพาะ
1. เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กนักเรียนชายหญิง อายุ 5-6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้น
                อนุบาลปีที่ 2  ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนวัดไทร 
2. การจัดกิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทาน หมายถึง การที่เด็กได้ฟังนิทานที่
   เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์จนจบเรื่องโดยการเล่าเรื่องนั้นมีสื่อต่างๆ เช่น 
   ภาพหุ่นประกอบการเล่า เพื่อให้เด็กตั้งใจฟังนิทาน จากนั้นเด็กทำกิจกรรม 
               การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเน้นให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งในการสังเกต
               การจำแนกประเภท และการสื่อสาร โดยบรรยายผลการสังเกต ซึ่งเป็น 
               การฝึกฝนทักษะการสังเกต ในการจัดกิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทาน          
3. ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง ความสามารถเบื้องต้นที่เป็นพื้นฐาน
    ทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการประเมินทักษะพื้นฐานทาง
     วิทยาศาสตร์โดยใช้ แบบประเมินที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น 3 ด้าน ดังนี้ 
3.1 การสังเกต หมายถึง ความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
3.2 การจำแนก หมายถึง ความสามารถในการเปรียบเทียบ 
      และบอกข้อแตกต่างของคุณสมบัติ โดยมีเกณฑ์ในการจัดแบ่ง มี 3 ประการ
      คือ ความเหมือน ความแตกต่าง และความสัมพันธ์
3.3 การสื่อสาร หมายถึง ความสามารถในการนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต 
      การทดลอง โดยมุ่งสื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายได้ดีขึ้น

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. แผนการจัดกิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทาน
2. แบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

ระยะเวลาการทดลอง
               การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 
ทำการทดลองเป็นเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที 
ทำการทดลองในช่วงเวลา  08.30 – 09.00. รวม 24 ครั้ง

สรุปผลการวิจัย
               ก่อนการทดลองการจัดกิจกรรมการทดลองหลังการฟังนิทาน โดยรวม 
 และรายด้าน คือ ด้านการสังเกต, ด้านการจำแนก และด้านการสื่อสาร อยู่ในระดับพอใช้ 
 หลังจากการจัดกิจกรรมหลังการฟังนิทานโดดยรวมอยู่ในระดับดี และรายด้านคือ 
ด้านการสังเกตอยู่ในระดับดีมาก ด้านการจำแนก และการสื่อสารอยู่ในระดับดี

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

บันทึกการเรียนครั้งที่ 12

บันทึกการเรียนครั้งที่ 12

วันพฤหัสบดีที่ 6 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2557

    เนื้อหาที่ได้เรียนวันนี้     


        แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอ การสอนกิจกรรมเสริมประสบการณ์ 



กลุ่มที่1 ชนิดของกล้วย

ควรนำกล้วยของจริงมาสอน โดยอาจทำจดหมายถึงผู้ปกครองให้เด็กๆ นำกล้วยมา
ขั้นนำ เพลง>> กล้วยหวานหวาน มีหลากหลายนานา ใครบอกครูได้หนาว่ามีกล้วยอะไร
การที่เด็กได้ตอบ เด็กได้มีการเชื่องโยงกับประสบการณ์เดิม 
ครู : วันนี้เรามีกล้วยมาทั้งหมดกี่หวี 
นักเรียน : 7 หวี (นักเรียนหยิบเลขฮินดูอารบิก เลข 7 ไปแปะ)
ใช้เกณฑ์เดียวในการจำแนก >>  การเปรียบเทียบมากกว่า น้อยกว่า 
                                             >> ดูรูปทรง 
                                             >> จำแนกสีเหลืองกับที่ไม่ใช่สีเหลือง 
                                             >> จำแนกกล้วยน้ำว้า กับที่ไม่ใช่กล้วยน้ำว้า






 กลุ่มที่ 2 ลักษณะของไก่ 

ครูอาจใช้จิ๊กซอให้เด็กๆต่อภาพ โดยใช้เพลงแล้วให้เด็กๆ หลับตา เมื่อเพลงจบ เด็กๆลืมตา แล้วนำจิ๊กซอที่ครูแจกไปช่วยกันต่อเป็นภาพไก่ 
ครูใช้คำถามปลายเปิด เช่น ส่วนประกอบของไก่มีอะไรบ้าง, มีสีอะไรบ้าง, มีขนาดอย่างไรบ้าง เป็นต้น 
อาจใช้แผ่นภาพ โดยพลิกด้านหลังไว้ก่อน >> ครู : ภาพด้านหลังนี้เด็กๆ ทายซิว่า เป็นภาพไก่อะไร

วัตถุประสงค์  
- เด็กบอกลักษณะของไก่แจ้ และไก่ต๊อกได้ 
- เด็กเปรียบเทียบไก่แจ้ และไก้ต๊อกได้ 
- เด็กหาความสัมพันธ์์ของไก่แจ้ และไก่ต๊อกได้





กลุ่มที่ 3 วัฏจักรของกบ 

เปิดวีดีโอเกี่ยวกับวัฏจักรของกบให้เด็กๆดู หรืออาจจะเล่านิทานเกี่ยวกับวัฏจักรของกบก็ได้ 
จากวีดีโอ  - วงจรชีวิตของกบ       >>  ไข่กบ ผ่านไป 1 วันจะฟักตัวเป็นลูกอ๊อด 
                 - การดำรงชีวิตของกบ >> กบเป็นสัตว์ครึ่งบก ครึ่งน้ำ เปลี่ยนสีเพื่อพลางตัวได้ 
                                                           อาหารของกบคือ แมลง 
                 - กบจำศีล                   >> ในฤดูหนาวกบจะลงไปอยู่ในหลุมดิน ปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด 
                                                           ปิดปาก ปิดตา ปิดจมูก หายใจทางผิวหนัง 
หลังจากการดูวีดีโอ ครูถามคำถามเด็กๆ เพื่อทบทวนความรู้ที่ได้รับจากการดูวีดีโอ เช่น 
ครู : เด็กๆ เห็นอะไรจากวีดีโอนีบ้าง, กบมีสีอะไร, เด็กๆเคยพบเห็นกบที่ไหนบ้าง, 
กบเจริญเติบโตอย่างไร, กบจำศีลที่ไหน, กบจำศีลเมื่อไหร่, กบจำศีลทำไม, กบจำศีลอย่างไร เป็นต้น
 จากนั้นครูวาดวัฏจักรของกบ  และสรุปร่วมกัน






กลุ่มที่ 4 ประโยชน์ และข้อพึงระวังของปลา 

ขั้นนำ :  เล่านิทานเกี่ยวกับปลา >> ในการเล่านิทานควรใช้คำถามปลายเปิด สอดแทรกขณะเล่านิทาน 

ประโยชน์                                                                   ข้อพึงระวัง
- นำปลาไปขาย                                                         - ไม่ทานปลาที่สุกๆดิบๆ
- นำปลามาประกอบอาหาร                                        - ปลาบางชนิดมีพิษ
- ปลามีสารอาหาร                                                      - ก้างปลา 
- สามารถนำมาแปรรูปได้





กลุ่มที่ 5 ทาโกยากิ จากข้าว 

ครูบอกชื่อ หรือถามส่วนผสม และให้เด็กๆสังเกต
ครูต้องเตรียมส่วนผสมไว้ให้เรียบร้อย
ครูให้เด็กตั้งสมมติฐาน
ครูสาธิตวิธีการทำ แล้วให้เด็กออกจากช่วย เช่น ให้เด็กตีไข่, ตักแครอทใส่ 1 ช้อนชา, 
ตักปูอัดใส่ 1 ช้อนชา, ตักต้นหอม 2 ช้อนชา, ตักข้าว 1 ช้อนโต๊ะ  เป็นต้น
จากนั้นครูหยอดลงเตา แล้วกลิ้งไปมา แล้วให้เด็กสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น 
จากนั้นให้เด็กๆได้ปรุงเอง





 กลุ่มที่ 6 ชนิดของต้นไม้ 

ขั้นนำ ครูพูดกลอน หรือคำคล้องจอง (ต้องเกี่ยวกับชนิดของต้นไม้)
ครูใช้คำถามปลายเปิด เช่น - ในคำคล้องจองมีต้นอะไรบ้าง
                                            - นอกจากต้นไม้ในคำคล้องจองแล้ว มีต้นอะไรอีก
ครูให้เด็กๆดู แผ่นภาพ และครูถามคำถามปลายเปิด

* การวางภาพให้วางจากซ้าย ไปขวา *

ใช้เกณฑ์เดียวในการจำแนก >> จำแนกต้นเข็ม กับต้นที่ไม่ใช่ต้นเข็ม 
                                              >> การนับจำนวน และบอกค่ามากกว่า น้อยกว่า


กลุ่มที่ 7 ลักษณะของนม 

ขั้นน้ำ          >> เพลง : ดื้มนมกันเถอะ 
การทดลอง >> หยดน้ำยาล้างจานลงไปในนม และสีผสมอาหาร 
สิ่งที่เกิดขึ้น >> น้ำยาล้างจาน, นม, สีผสมอาหารจะผสมกัน
นมเปลี่ยนแปลงรูปร่างตามภาชนะที่ใส่ 
นมไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ 
นมมีลักษณะเป็นของเหลง เหมือนกับน้ำ
นมมีหลายสี หลายกลิ่น หลายรสชาติ 
หาความสัมพันธ์ระหว่างนมที่ได้จากพืช และนมที่ได้จากวัว แตกต่างกันตรงสารอาหาร 
เพราะ นมที่ได้จากพืชมีไขมันน้อยกว่า นมที่ได้จากวัว





กลุ่มที่ 8 อนุรักษณ์น้ำ 

ขั้นนำ >> เพลงอย่างทิ้ง : อย่าทิ้ง อย่าทิ้ง อย่าทิ้ง    แม่น้ำจะสกปรก 
                                          ถ้าเราเห็นใครทิ้ง              ต้องเตือน ต้องเตือน ต้องเตือน 

         >>นิทาน เรื่องหนูนิด ในการเล่านิทานควรใช้คำถามปลายเปิด สอดแทรกขณะเล่านิทาน 
ครูถามคำถามคำถามปลายเปิด เช่น เราจะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้น้ำเน่าเสีย
ทำป้ายอย่าทิ้งขยะ (สามารถจัดในกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์)




 กลุ่มที่ 9 การปลูกมะพร้าว 

ขั้นนำ >> เพลง, นิทาน หรือใช้ภาพเกี่ยวกับการปลูกมะพร้าว
ครูถามเด็กๆว่า ปลูกที่ไหนดี จากนั้นครูบอกขั้นตอนการปลูก จากแผ่นภาพ
เพลง : ลมเพลมพัด (แผ่นภาพปลิว) 
แล้วให้เด็กๆนำแผ่นภาพมาเรียงลำดับขั้นตอนการปลูกต้นมะพร้าว





กลุ่มที่ 10 ผลไม้ผัดเนย 

ขั้นนำ >> เพลง: ตรงไหมจ๊ะ (ให้เด็กๆนั่งตรงๆ เพื่อให้เด็กตั้งใจฟังครู)
ครูถามคำถามปลายเปิด เช่น เด็กๆรู้จักผลไม้อะไรกันบ้าง 
จากนั้น ครูบอกชื่ออุปกรณ์ และส่วนผสม บางอย่างอาจถามให้เด็กๆได้ตอบ
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อใส่เนยลงเตา >> เนยละลายเพราะความร้อน 
                                                   ผลไม้นิ่งขึ้น เพราะ ความร้อน (ครูอาจบอกเด็กๆ หรือถามเด็กๆ)
ในการจัดกิจกรรมอาจตั้งโต๊ะเป็ 5 โต๊ะ (กรณีมีครูช่วยหลายๆคน) 
โต๊ะแรก    > มีภาพส่วนผสมต่างๆ 
โต๊ะที่สอง >  สำหรับหั่นผลไม้
โต๊ะที่สาม > ตสำหรับตักผลไม้มาจากโต๊ะที่สอง
โต๊ะที่สี่     > สำหรับผัดผลไม้ และเนย
โต๊ะทีห้า   > ตัดใบตอง แล้วนำผลไม้ที่ผัดแล้วมาจัดลงบนใบตอง พร้อมกิน ^^





เทคนิกการสอน

1. ให้นักศึกษานำเสนอกิจกรรมให้เสร็จก่อน และอาจารย์จึงให้คำแนะนำเพิ่มเติม
2. ใช้คำถามปลายเปิด เพื่อกระตุ้นความคิด การเชื่อมโยงประสบการณ์เดิม
3. ทักษะการคิดวิเคราะห์ และการคิดสร้างสรรค์


การนำไปประยุกใช้

1. สามารถสอนได้ตรงตามแผนการสอนอย่างถูกต้อง
2. สามารถจัดประสบการณ์ให้กับเด็กได้ในแต่ละหน่วย
3.สามารถจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ได้อย่างหลากหลาย และสามารถบูรณาการในเรื่องต่างๆได้
   เช่น  หน่วยกล้วย เด็กสามารถบอกจำนวน และแทนค่าตัวเลขได้
           ซึ่งเป็นการบูรณาการทางคณิตศาสตร์ให้กับเด็กได้
   หรือ หน่วยไก่ เด็กได้สังเกตลักษณะของไก่การจำแนกสี และขนาดต่างๆ
           ซึ่งเป็นการบูรณาการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กได้  เป็นต้น
4. ในการสอนทำอาหาร ครูต้องระมัดระวังความปลอดภัย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับครู และเด็ก
    เช่น เตาที่ร้อน อย่าวางในระดับที่เด็กแตะต้องได้ง่าย ควรดูเด็กๆ อย่างใกล้ชิด
5. สามารถนำการเขียนแผนไปใช้ในการเรียนวิชาอื่นๆ ได้ เพื่อที่จะนำไปใช้เมื่อไปสอนเด็กๆ


การประเมินการเรียนการสอน 

>>  ประเมินตนเอง : เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกระเบียบ ตั้งใจเรียน ร่วมทำกิจกรรมที่เพื่อนๆ
                                 แต่ละกลุ่ม มานำเสนอ สนุกมาก เพราะเหมือนเป็นการจัดกิจกรรมให้กับเด็กจริงๆ
                                 มีสื่อต่างๆ มีอุปกรณ์ในการทำอาหาร ได้ทานทาโกยากิจากข้าว
                                 และผลไม้ผัดเนย  รับรองว่าอร่อยมากๆ ^^  จดเนื้อหาที่เพื่อนนำเสนอ
                                 การจัดกิจกรรม และความรู้ที่อาจารย์สอน อย่างครบถ้วน
>> ประเมินเพื่อน   :  เข้าเรียนตรงเวลา แต่งการถูกระเบียบ เพือนๆตั้งใจ และให้ความร่วมมือในการ
                                 จัดกิจกรรมให้สำเร็จไปได้ด้วยดี อาจมีการสอนที่ยังไม่ถูกต้องบ้าง
                                 เพราะเป็นการสอนกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ในครั้งแรก  แต่ทุกคนก็ตั้งใจ
                                 และทำออกมาได้ดี เพื่อนที่เป็นนักเรียนก็ได้ร่วมมือในการทำกิจกรรมร่วมกัน
                                 เป็นอย่างดี มีการตอบคำถาม และลงมือทำอาหารร่วมกัน
                                 จึงทำให้บรรยากาศในห้องเรียนสนุกสนาน
                                 เพื่อนๆ มีการจดบันทึกแต่ละกิจกรรมเพิ่มเติมให้เข้าใจมากขึ้น
>> ประเมินอาจารย์ : เข้าสอนตรงเวลา แต่งกายสุภาพเหมาะสม มีเทคนิกในการสอนที่สนุกสนาน
                                 เปิดโอกาศให้นักศึกษาได้จัดกิจกรรมด้วยตนเอง
                                 อาจารย์ให้คำแนะนำในการสอน ซึ่งจะทำให้การสอน เป็นไปอย่างถูกต้อง
                                 เหมาะสม มีความหลากหลาย และสามารถนำไปใช้ได้จริง
                                 อาจารย์ใช้คำถามปลายเปิด เพื่อให้นักศึกษา กล้าคิด กล้าตอบ มีส่วนร่วม
                                 และมีความสุขในการเรียน^^